“คลองแสนแสบ” คนส่วนใหญ๋ที่ได้ยินชื่อนี้ คงจะนึกถึงนวนิยายชื่อดัง อย่างเรื่อง “แผลเก่า” หรือจะเป็นบทเพลงอมตะ ของชาลี อินทรวิจิตร ที่ชื่อเพลงว่า “แสนแสบ” ซึ่งคลองแห่งนี้ ไม่ใช่เป็นแค่เพียงฉากในวรรณกรรม หรือเนื้อร้องในบทเพลงเท่านั้น แต่เป็นคลองที่มีอยู่จริง และมีความสำคัญต่อชาวบ้าน อีกทั้งประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอีกด้วย

                 คลองแสนแสบ เป็นคลองแรกขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จากความต้องการเส้นทางสําหรับส่งกําลังบํารุงทางการทหารเมื่อคราวเกิดสงคราม ระหว่างไทยกับญวน ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งกินเวลายาวนานกว่าสิบปี ภายหลังสงคราม คลองแสนแสบกลายเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำสายหลัก ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

                 คลองแสนแสบ เป็นคลองที่ขุดขึ้นในรัชกาลที่ 3 ด้วยแรงคนล้วนๆ นับว่าเป็น คลองขุดที่ยาวที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำของกรุงเทพฯ แนวคลองแสนแสบ เริ่มจากปลายคลองมหานาค ผ่านย่านประตูน้ำในเขตปทุมวัน และไหลผ่านเขตต่างๆ ได้แก่ เขตบางกะปิ เขตบึงกุ่ม เขตคันนายาว เขตมีนบุรี และเขตหนองจอก จากนั้นไหลไปเชื่อกับคลองบางขนาก แล้วไหลไปลงแม่น้ำบางปะกลง ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา

                 ความสำคัญของคลองแสนแสบ มีมากขึ้นเป็นลำดับ หลังการทำสนธิสัญญาเบอร์นี่ และบาวริ่ง เนื่องจากการค้าขายทั้งภายใน และระหว่างประเทศของไทยขยายตัวมาก มีการขยายพื้นที่การเพาะปลูกเพื่อเป็นสินค้าส่งออกมาขึ้น โดยเฉพาะข้าว และอ้อย คลองแสนแสบ ได้รับการพัฒนาปรังปรุง พร้อมทั้งรัฐได้จัดการบริหารการปกครองท้องที่บริเวณสองฝั่งคลอง ให้เหมาะสมตามลำดับ ที่เดินทางไปสู่ภาคตะวันออก และสร้างความเจริญทันทีทันใดกับพื้นที่ภาคตะวันออก

                คลองแสนแสบที่มีประวัติยาวนาน ร่วม ๒๐๐ ปี จึงยังคงเป็นเส้นทางน้ำ ที่แม้จะลดบทบาทในการเป็นเส้นทางคมนาคมหลักไป แต่ยังคงเป็นคลองสำคัญในประวิติศาสตร์ และเป็นเส้นทางสัญจรทางเลือก ของคนกรุงเทพฯ และเขตชานเมือง อีกทั้งเป็นแหล่งน้ำที่มีประวัติทางวัฒนธรรม ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ที่น่าสนใจอีกด้วย

                การไปมาหาสู่ในยุคก่อนนั้น ใช้แม่น้ำ ลำคลองเป็นหลัก จะเคลื่อนย้าย ขนส่งข้าว ปลาอาหาร วัสดุก่อสร้างที่จะนำมาสร้างเมืองกรุงเทพฯ หากจะไปมาหาสู่ ใช้เรือขนส่ง ต้องการไปที่ไหนก็จะขุดคลองไปที่นั่น ซึ่งนอกจากความสำคัญของคลองแห่งนี้ ยังมีที่มาของชื่อ “คลองแสนแสบ” ที่มีการสันนิษฐานไปต่างๆ นานา ของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย

ชื่อ คลองแสนแสบ สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากความเจ็บแสบ ของชาวบ้านที่ถูกยุงกัด เนื่องจากสภาพความราบลุ่ม และอุดมไปด้วยทุ่งหญ้า ที่มีน้ำเจิ่งนองตลอดปี จึงกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างดี ซึ่งมีรายงาน จากนักสำรวจชาวอังกฤษที่ชื่อว่า ดี.โอ.คิง. (D.O.King) ได้กล่าวถึง คลองแสนแสบ แห่งนี้ว่า

                 “คลองแห่งนี้ เชื่อมนครกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง ผ่านบริเวณที่ราบชนบท มีความยาว 55 ไมล์ ซึ่งใช้สำหรับการปลูกข้าว ยิ่งเฉพาะคนพื้นเมืองเป็นคนมาเลย์ เช่นเดียวกันกับชาวสยามอื่นๆ เสื้อผ้าที่สวมใส่ เป็นผ้ารัดเอวธรรมดาๆ ส่วนพื้นบ้านของคนเหล่านี้ จะทำด้วยไม้ไผ่ยกขึ้นสูงจากพื้น ประมาณ 4 ฟุต และไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม มือข้างหนึ่ง จะต้องใช้ปัดยุงอยู่เสมอ”

                   และมีนักภาษาศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่า ชื่อคลองแสนแสบนั้น มาจากภาษามลายูว่า Su-ngai Senyap “สุไหง เซนแญป” ซึ่งแปลว่าคลองเงียบสงบ เป็นชื่อที่ชาวไทรบุรีใช้เรียกขาน แต่ภายหลังก็ถูกเปลี่ยนเป็นแสนแสบ เพราะคนไทยเรียกแบเดิมไม่ถนัด

แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ยังคงเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ซึ่งยังคงรอหลักฐานใหม่ๆ ที่จะมายืนยันที่มาของข้อนี้ใหชัดเจนยิ่งขึ้น