ในโลกเรานี้เต็มไปด้วยสถานที่แปลกๆ มากมาย บางสถานที่เราก็ไม่เคยได้เห็น หรือได้ยินด้วยซ้ำไป และในวันนี้ เราจะขอพาไปรู้จักกับทะเลสาบแห่งหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่าแปลกที่สุดในโลก และแห่งเดียวของโลก

               ทะเลสาบเนตรอน ( Lake Natron ) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อทะเลสาบเกลืออาถรรพ์ หรือทะเลสาบแห่งความตาย ซึ่งทะเลสาบเนตรอน เป็นทะเลสาบที่แปลกที่สุดและเป็นที่เดียวโลก ซึ่งได้รัยฉายาว่า “ทะเลสาบเมดูซ่า “ เนื่องจาก ซากศพของสัตว์ที่จมน้ำ จะมีสภาพแห้งและแข็งเป็นหินเหมือนถูกสตาฟเอาไว้ นั่นเอง

                ทะเลสาบเนตรอน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดเลยค่ะ เพราะที่นี่นั้น ขึ้นชื่อในเรื่องของความแปลก ความพิศดารที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นทะเลน้ำเค็มและโซดาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกาอยู่ในเขตภูมิภาคอารูซา อยู่ทางตอนเหนือของประเทศแทนซาเนีย มีขนาดความยาวมากถึง 57 กิโลเมตร และความกว้างมากถึง 22 กิโลเมตร

                ช่างภาพชาวอังกฤษ นิก แบรนท์ (Nick Brandt) ได้เดินสำรวจบริเวณรอบทะเลสาบ เพื่อตั้งใจจะเก็บภาพผิวน้ำที่มีสีสันแปลกตาแห่งนี้ แต่กลับได้พบกับซากสัตว์หลากชนิด ทั้งนกทั่วไป และค้างคาว นอนเกลื่อนอยู่บริเวณชายฝั่ง ซึ่งมีสภาพถูกเกลือหุ้มร่างกายไว้จนดูคล้ายกับก้อนหิน เนาได้สันนิษฐานว่า สัตว์เหล่านี้น่าจะตายเพราะน้ำทะเลสาบแห่งนี้ เขาจึงได้นำน้ำทะเลสาบเนตรอนไปต้ม โดยไอน้ำที่ระเหยออกมานั้นมีความกัดกร่อนสูงมาก ซึ่งสามารถละลายหมึกบนแผ่นฟีล์มจากกล้องของเขา ได้ภายในไม่กี่วินาทีเลยทีเดียว!

                 ทะเลสาบเนตรอน ได้ชื่อมาจาก สารประกอบตามธรรมชาติของน้ำทะเลสาบเนตรอน เป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่อุดมไปด้วยน้ำพุร้อน มีแร่ธาตุจำนวนมากไหลผ่านมารวมตัวกัน ซึ่งน้ำทะเลสาบเนตรอน จะมีสีแดงเข้ม เกิดจากหารระเหยของน้ำในทะเลสาบเนตรอนในช่วงหน้าแล้ง ประกอบไปด้วย เกลือและแร่ธาตุ Natron จำนวนมาก รวมทั้งจุลินทรีย์ขนาดจิ๋วเป็นจำนวนมาก จำพวกHalophile และ Cyanoba Cteria ที่จะเจริญเติมโตอย่างรวดเร็ว จุลินทรีย์เหล่านี้ สามารถที่จะสังเคราะห์แสงได้ด้วยตัวของมันเอง จึงทำให้มีสีแดงเข้ม

                 ค่าน้ำของทะเลสาบเนตรอนนั้น จากการวัดค่าน้ำมี ph อยู่ในปริมาณ 9 – 10.5 และอุณหภูมิถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้น้ำในทะเลสาบเนตรอนมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก ซึ่งจะพบว่า มีซากสัตว์ตายกันเป็นจำนวนมาก เพราะได้ถูกน้ำของทะเลสาบเนตรอนกัดกร่อนทำลายผิวหนัง ทั้งขนและลูกตา ของสัตว์มากมาย ที่ได้ลงไปในน้ำของทะเลสาบเนตรอน และหากเหล่าสัตว์ที่ได้ลงไปในน้ำทะเลสาบแห่งนี้ ก็ไม่สามารถที่จะทนการถูกกัดกร่อนของน้ำในทะเลสาบเนตรอนได้ และตายในที่สุด

สัตว์ที่ลงไปในน้ำทะเลสาบเนตรอนนั้น จะกลายเป็นซากสัตว์ที่มีสภาพเหมือนถูกจับไปสตาฟ ซึ่งจะมีความแห้งและแข็งเป็นหิน เนื่องจากซากศพจะถูกสารโซเดียมคาร์บอเนต ที่อยู่ในน้ำของทะเลสาบเนตรอน เกาะไปทั่วตามร่างกาย จนทำให้สัตว์แข็งเป็นหิน

                 แต่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถใช้ชีวิตบริเวณทะเลสาบเนตรอนได้ นั่นก็คือ นกฟลามิงโก ซึ่งในทะเลสาบเนตรอนนั้นมีนกฟลามิงโกมากกว่า 1 ล้านตัว เหล่านกจะอาศัยกินสาหร่ายในน้ำของทะเลสาบแห่งนี้ จึงกลายเป็นเหตุผล ว่าทำไมนกฟลามิงโก ถึงได้มีสีแดงอมชมพู ไปจนถึงแดงเข้ม เพราะสาหร่ายที่นกฟลามิงโกกินเข้าไปนั้น มีสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ที่มาจากน้ำของทะเลสาบเนตรอน

และนอกจากนกฟลามิงโกแล้ว ในน้ำของทะเลสาบเนตรอนแห่งนี้ ยังมีปลาชนิดหนึ่งชื่อ อัลคาไลน์ ทิลาเปีย เป็นจัดอยู่ในวงศ์ปลานิล อาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากปลาชนิดนี้ มีวิวัฒนาการและปรับสภาพตัวเอง จนสามารถทนต่อความกัดกร่อน ของทะเลสาบแห่งนี้ได้