แม่น้ำเจ้าพระยา

          แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำ 2 สาย จากภาคเหนือ คือ แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน มาบรรจบกันที่หน้าเขื่อนในตัวเมือง ที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ซึ่งแม่น้ำทั้ง 2 สายนี้จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ แม่น้ำน่านจะมีสีค่อนข้างแดง และแม่น้ำปิงจะเป็นสีค่อนข้างไปทางเขียว และเมื่อมาบรรจบกัน จะรวมตัวเป็นแม่น้ำสายใหญ่ จึงถือได่ว่า จังหวัดนครสวรรค์เป็นเมืองต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นแม่น้ำสายนี้ก็ไหลลงไปทางใต้ ผ่านจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ก่อนออกสู่อ่าวไทยที่ปากน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างตำบลบางปูใหม่ และตำบลแหลมฟ้าผ่าจังหวัดสมุทรปราการ

ตำนานแม่น้ำเจ้าพระยา

แม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าสนใจอีกหลายอย่างทั้งวิถีชีวิต อารยธรรม รวมถึงตำนานต่างๆ มีอยู่หลายตำนานด้วยกัน แต่เนื้อเรื่องที่ความน่าสนใจ นั้นมีอยู่เรื่องหนึ่ง และใกล้เคียงกับประวัติศาสตร์ไทย เล่าว่า

พระเจ้าอู่ทอง ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และได้ขึ้นครองราชย์สมบัติทรงพระนามว่า “สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1” และในขณะนั้น ได้ให้ พระราเมศวร ราชบุตรไปปกครองเมืองลพบุรี และขุนหลวงพระงั่ว พระเชษฐาไปปกครองเมืองสุพรรณบุรี หลังจากนั้น พระเจ้าอู่ทอง สวรรคต พระราเมศวร ราชโอรสได้ขึ้นครองราชย์แทน แต่ก็จำต้องถวายราชสมบัติให้ ขุนหลวงพระงั่ว และทรงพระนามว่า “สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1” ซึ่งเป็นกษัตริย์ องค์ที่ 3 ของกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงใฝ่พระทัยในการทำสงครามมาแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง

ในขณะนั้น พระมหาธรรมราชาลิไท เป็นกษัตริย์ปกครองกรุงสุโขทัยอยู่ พระองค์ทรงอ่อนแอมาก ประเทศราชก็แข็งต่างแข็งเมือง จึงไม่สามารถไปตีคืนมาครอบครองเหมือนดังเดิมได้

 

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 พระองค์ทรงยกกองทัพเข้าตีแคว้นสุโขทัยตอนใต้ โดยยกกองทัพเข้าตีเมืองจำปาได้ก่อน แล้วจึงยกทัพมาตั้งมั่นล้อมเมืองพระบางไว้ ซึ่งมีเจ้าพระยาอนุมานวิจิตรเกษตร เป็นเจ้าเมือง และยังมีเมืองปกครองอีก 4 เมือง ได้แก่
1. เมืองไตรตรึงษ์ อยู่ทางเหนือเมืองพระบาง มี เจ้าพระยาอัษฎานุภาพ เป็นเจ้าเมือง
2. เมืองไพศาลี อยู่ทางทิศตะวันออก มีเจ้าพระยาราชมณฑป เป็นเจ้าเมือง
3. เมืองการุ้ง อยู่ทางทิศตะวันตก มีพระยาวิเศษสรไกร เป็นเจ้าเมือง
4. เมืองจำปา อยู่ทางทิศใต้

เจ้าพระยาอนุมานวิจิตรเกษตร มีทหารเอกอยู่ 2 คน คนหนึ่งชื่อ สมบุญ อีกคนหนึ่งชื่อ ศรี แต่ศรีไปขึ้นกับฝ่ายกรุงศรีอยุธยา เพื่อหวังจะได้เป็นใหญ่ในพระบาง จึงได้ยกทัพมาช่วย อยุธยาล้อมเมืองพระบางอยู่ถึง 5 เดือนเต็ม จนในที่สุด ก็สามารถนำกองทัพอยุธยาเข้าตีเมืองพระบางไว้ได้ และเจ้าพระยาทั้งสี่พร้อมด้วย สมบุญ ทหารเอกถูกจับได้

           สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ให้ทหารนำตัวเจ้าพระยาทั้งสี่และสมบุญเข้าเฝ้า พระองค์ต้องการรวบรวมไทยไว้ให้เป็นปึกแผ่น ขอให้เจ้าพระยาทั้ง 4 พร้อมบุญ รับราชการกับพระองค์สืบไป แต่ด้วยเจ้าพระยาทั้ง 4 และบุญ ได้ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในพระเจ้าอยู่หัวในราชวงศ์สุโขทัยแล้ว จึงมิอาจตากหน้ารับความสุขและลาภยศของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อช่วยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ชิงราชบังลังก์ ในขณะที่พระมหาธรรมราชาลิไทกำลังตกอับได้ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ได้ทรงตรัสอีกว่า ” ท่านเข้าใจผิด เราตั้งใจไว้ว่าหากเราได้กรุงสุโขทัย เราจะไม่ทำให้กรุงสุโขทัยต้องเดือดร้อน คงให้ดำรงพระยศเป็นกษัตริย์ฝ่ายเหนือตามเดิมแต่รวมอยู่กับอยุธยา” แต่เจ้าพระยาทั้ง 4 และบุญ ยังคงยืนยันคำมั่นที่จะไม่ร่วมด้วย สมบุญก็เช่นกัน จึงได้กล่าวด้วยความโกรธแค้นว่า “อ้ายบุญก็เหมือนกัน อย่าต้องให้เป็นหมาสองรางอย่างอ้ายศรีเลย ขอให้พระองค์ชุบเลี้ยงอ้ายหมาหัวเน่าไว้เป็นข้าแต่ตัวเดียวเถิด” และยังได้ขอให้ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ฆ่าเจ้าพระยาทั้ง 4 รวมถึงตนด้วย แต่สมบุญขอให้นำตนไปฆ่าที่หนองสาหร่าย ซึ่งสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 เห็นแก่ความยึดมั่น ความดีงามและวีรกรรมของนายสมบุญ และขอประกาศเปลี่ยนชื่อหนองสาหร่ายเสียใหม่ว่า “หนองสมบุญ” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญของสมบุญ
           

                                                                                                                        หนองสมบุญ

 และเจ้าพระยาทั้ง 4 เป็นศิษย์สำนักเดียวกันต่างอยู่ยงคงกระพันไม่มีทางฆ่าได้ จึงขอให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 นำไปกดให้จมน้ำตายที่แม่น้ำหน้าเมืองนี้ และก่อนตาย เจ้าพระยาทั้ง 4 ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า 

“ข้าแต่พระคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่ ณ วังน้ำอันเยือกเย็นนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสี่ได้เกิดมาในลุ่มอกแม่น้ำนี้ ลูกได้อาศัยดื่มกินมาชั่วลูกชั่วหลาน แม่มิได้เคยเหือดแห้ง บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสี่สิ้นวาสนา ขอฝากดวงวิญญาณแห่งชายชาติทหารกรุงสุโขทัยไว้กับพระแม่คงคา ด้วยเดชะความซื่อสัตย์ กตัญญูกตเวทีของข้าฯ ขอให้แม่น้ำสายนี้จงอย่ามีวันใดเหือดแห้งจงเป็นสายธารชีวิตของชาวไทย ได้หล่อเลี้ยงพืชผลแห่งไร่นา พาเอาง้วนดินเหนืออันเกิดจากซากของผู้กล้าหาญ ที่ข้าหลั่งเลือดเนื้อปกป้องปฐพี ไปเป็นอาหารแห่งพืชที่แม่พระคงคาไหลผ่านไป ขอให้ชาวไทยในลุ่มแม่น้ำสายนี้จงวัฒนาสถาพรตลอดชั่วฟ้าดินสลาย”

และแม่น้ำสายนี้ ก็ได้ชื่อว่า “แม่น้ำเจ้าสี่พระยา” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งวีรกรรมในความกล้าหาญและซื่อสัตย์ของเจ้าพระยาทั้งสี่ผู้ครองเมืองหน้าด่านตอนใต้ของสุโขทัย แต่กาลเวลาก็ได้ผ่านมากว่า 500 ปีเศษ คำว่า สี่ จางหายไปจนเหลือเพียง “แม่น้ำเจ้าพระ” เท่านั้น
โดยเรื่องนี้ ได้ประพันธ์ ตามเค้าเรื่องจากสมุดข่อย วัดเขื่อนแดง จ.นครสวรรค์ แต่ปัจจุบัน สมุดข่อยนั้นได้หายไป และไม่ทราบว่าผู้ใดเอาไป

ที่เที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระ

1. เอเชียทีค แหล่งพบปะสังสรรค์ ช้อปปิ้ง กิน เที่ยว ถ่ายภาพสวยๆ พร้อมบรรยากาศสุดคลาสสิค ของความเป็นโกดังเก่า ที่ประกอบด้วย ร้านอาหาร ผับ โรงละคร รวมถึงร้านค้าอีกกว่า 1,000 ร้าน

2. ท่ามหาราช เดิมเป็นท่าเรือข้ามฟากเล็กๆ รับส่งผู้โดยสารไปยัง วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งปัจจุบัน ได้เปลี่ยนให้เป็น open-air shopping & lifestyle market ที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้มากขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนบนเกาะรัตนโกสินทร์อยู่

3.วังหลัง ซึ่งเป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตโดนใจเด็กแนว นอกจากสารพันอาหารหวานคาว ที่มีให้เดินเลือกยาวถึง 300 เมตร และยังเ็นแหล่งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า ในราคาถูกแถมคุณภาพดีอีกด้วย