“แม่น้ำเอลเบอ (Elbe)” เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักในยุโรปกลาง ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขารีเซนเกเบียร์เกอ เป็นภูเขา ช่วงที่ตั้งอยู่ทางเหนือของ สาธารณรัฐเช็ก จากนั้นไหลสู่ เยอรมนี ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองฮัมบูร์ก และไหลลงสู่ทะเลเหนือที่ Cuxhaven ระยะทาง 110 กม. (68 ไมล์) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฮัมบูร์ก ความยาวรวม 1,094 กิโลเมตร (680 ไมล์) พื้นที่ของปากแม่น้ำกว้างประมาณ 15 กิโลเมตร

                   แม่น้ำเอลเบอ เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อเมืองใหญ่ๆ ของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน อย่างเช่น ปรากของเช็ก และเบอร์ลินของเยอรมนี นอกจากนี้ ยังเป็นเส้นทางสัญจรของเรือสินค้าอีกด้วย โดยที่เส้นทางคมนาคมเดินเรือ มีความยาวถึง 870 กิโลเมตร ซึ่งมีส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำ ประมาณ 16.3 เมตร และยังมีการสร้างเขื่อนกักน้ำเล็กๆ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดน้ำท่วมตามเมืองต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำอีกด้วย

                    ส่วนใหญ่แล้วแม่น้ำนี้ ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างดั้งเดิมไว้ได้ อีกทั้งตลอดสายน้ำมีสัตว์หลายสปีชี่ส์เติบโตแพร่พันธุ์ รวมถึงพวกที่หายากในแถบอื่นๆ ของยุโรป โดยตลอดเส้นทางของแม่น้ำเอลเบอ ที่ไหลเรื่อยไปในหลายประเทศนั้น ทัศนียภาพริมสองฝั่งแม่น้ำ ก็จะเปลี่ยนไปตามภูมิภาค บางจุดแม่น้ำลอดผ่านใต้สะพานสูงที่มนุษย์สร้างขึ้น บางพื้นที่จะมองเห็นสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ที่มีต้นไม้สูงเรียงรายเป็นทิว ในบางจุดก็มีป่าหินรายล้อม และเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน และบางจุดแม่น้ำก็ผ่านเข้ามาในตัวเมือง ซึ่งจะมองเห็นปราสาทโบราณเป็นฉากหลังที่สวยงาม หรือมีบ้านเมืองแถวนั้นสร้างเรียงกันตามเชิงเขา กลายเป็นความงามริมแม่น้ำ ที่จะมองเห็นได้ชัดยามล่องเรือผ่าน อย่างเช่น

 ประเทศเยอรมัน

                   ประเทศเยอรมัน ที่ประกอบด้วยรัฐอิสระ 16 รัฐ รัฐที่ใหญ่ที่สุดคือ รัฐบาวาเรียและรัฐที่เล็กที่สุดคือ รัฐบรีเมน และมีลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ทางภาคเหนือจะเป็นที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมต่างๆ มากมาย ส่วนทางตอนกลางของประเทศจะมีแม่น้ำไหลผ่านหุบเขาสูงชัน ซึ่งเต็มไปด้วยโขดหินและต้นไม้หนาแน่น และในทางตอนใต้ของเยอรมันเอง ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดกับแม่น้ำเอลเบอที่น่าสนใจอยู่ด้วย นั่นก็คือ

เดรสเดน Dresden ประเทศเยอรมัน


เมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนี เมืองเก่าอายุ 810 ปี ที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำเอลเบอทางตอนใต้ของกรุงเบอร์ลินค่ะ ซึ่งในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองที่สวยงามมาก แต่หลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ถูกทำลายจากการทิ้งระเบิดโดยฝ่ายพันธมิตร แต่ในปัจจุบัน ก็ได้มีการบูรณะและซ่อมแซมสถานที่แห่งนี้ใหม่แล้ว และนอกจากนั้นยังเป็นเมืองซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย จึงทำให้เมือง เดรสเดน เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศเยอรมันที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเดรสเดน ได้แก่

  •  เขตเมืองเก่า (Rathaus)
    เป็นเขตท่องเที่ยวที่น่าทึ่งและสวยงาม เพราะสถานทุกแห่งล้วนแต่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และจุดท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์เลย ได้แก่ โบสถ์ใหญ่โตสวยงามอย่าง Frauenkirche และ กำแพงที่ชื่อ The Fürstenzug ซึ่งมีความยาวถึง 101 เมตร สูง 10.46 เมตร เป็นกำแพงที่ประดับด้วยกระเบื้อง ที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย และนอกจากนี้ก็ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ อาคารเก่าแก่ หรือจะเป็นโบสถ์สวยๆ เรียกได้ว่า โดนใจคนที่ชอบศิลปะ และประวัติศาสตร์ อันสวยงามแห่งนี้มากๆเลยค่ะ
  • ปราสาทซวิงเกอร์ (Zwinger Palace)
    หลังจากเที่ยวเมืองเก่าเสร็จ ก็มาต่อกันด้วย ปราสาทซวิงเกอร์กันเลยค่ะ ที่นี่เป็นพระราชวังฤดูร้อนของเจ้าผู้ครองนครแห่งนี้ในอดีตที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอ เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโร้ก ที่มีอาคารหนึ่งหลัง ถูกล้อมด้วยซุ้มประตูสามซุ้ม แต่ละซุ้มก้จะมีทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมถึงกัน และยังมีสวนลอยน้ำพุ และต้นไม้ประดับอย่างร่มรื่น และยังมีการสร้างห้องโถงไว้ประจำสวนทั้งสองด้านอีกด้วย