แม่น้ำไนล์

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์หรืออารยธรรมอียิปต์โบราณก่อกำเนิดบริเวณดินแดนสองฝั่ง แม่น้ำไนล์ ตั้งแต่ปากแม่น้ำไนล์จนไปถึงตอนเหนือของประเทศซูดานในปัจจุบัน

  • ทิศเหนือ อยู่ติดกับ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและคาบสมุทรไซนายอียิป
  • ทิศตะวันตก อยู่ติดกับ ทะเลทรายลิเบียและทะเลทรายซาฮารา
  • ทิศตะวันออกและทิศใต้ อยู่ติดกับทะเลทรายนูเบียและทะเลแดง

         เป็นแม่น้ำระหว่างประเทศสายที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวประมาณ 6,700 กิโลเมตร แม่น้ำไนล์มีต้นกำเนิดจากแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำบลูไนล์ (The Blue Nile)เนื่องจาก แม่น้ำสายนั้นมีสีน้ำเงิน กับแม่น้ำไวท์ไนล์ (The White Nile) ซึ่งที่เรียกกันว่า แม่น้ำไนล์ขาวนั้น เนื่องจากน้ำในแม่น้ำออกสีขาว ซึ่ง 85% ของปริมาณน้ำในแม่น้ำไนล์มาจากแม่น้ำบลูไนล์ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของหลายประเทศในทวีปแอฟริกา ลุ่มแม่น้ำไนล์มีอาณา-บริเวณกว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 ล้านตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีความอุดมสมบูรณ์สูง และมีปริมาณน้ำมาก มีการนำน้ำจากแม่น้ำไนล์ไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ทั้งการชลประทาน เพื่อการเพาะปลูก อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลานานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นปลาหมอเทศ (Tilapia) ปลาดุก (Catfish) และปลากะพงแม่น้ำไนล์ (Nile Perch) ที่มีขนาดใหญ่ด้วยความยาวร่วม 2 เมตร และเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่เนื่องจากหลายประเทศในทวีปแอฟริกาเร่งพัฒนาประเทศ ทำให้เริ่มมีข้อถกเถียงกันถึงการแบ่งปันการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ-ไนล์ อาจกลายเป็นชนวนของความขัดแย้งระหว่างประเทศในทวีปแอฟริกา

         อียิปต์เป็นอีกประเทศที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำไนล์มากที่สุด พื้นที่เพาะปลูก ถึงประมาณ 19 ล้านไร่ในอียิปต์ อียิปต์ได้สร้างเขื่อนอัสวัน กั้นแม่น้ำไนล์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ และยังวางแผนจะอพยพพลเมืองกว่า 7 ล้านคนในพื้นที่แออัดบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ไปยังพื้นที่ที่จะพัฒนาใหม่ โดยจะสูบน้ำประมาณ 5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตจากแม่น้ำไนล์ไปยังเขตทะเลทรายทางภาคตะวันตก
นอกจากอียิปต์แล้ว ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกาเริ่มวางแผนนำน้ำจากแม่น้ำไนล์มาใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจมากขึ้น

             แม้ความขัดแย้งของของบรรดาประเทศที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์จะยังไม่ปรากฏชัดเจนนักในปัจจุบัน แต่ตัวแทนของประเทศต่าง ๆ ได้จัดประชุมเพื่อทบทวนข้อตกลงการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำไนล์ องค์การสหประชาชาติ ได้เข้ามาจัดทำอนุสัญญา เพื่อเป็นแนวทางความร่วมมือ ในการแบ่งปันการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำไนล์ คาดว่า จะเกิดประโยชน์กับทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

และอีกหนึ่งข้อสงสัย คือ ปริศนาแม่น้ำไนล์ เหตุใดยังไหลไม่เปลี่ยนทิศทางมา 30 ล้านปี
มีความลึกลับชวนพิศวงหลายข้อที่นักภูมิศาสตร์หรือนักธรณีวิทยายังไม่สามารถหาคำตอบได้ ในปิศนาที่ว่า “แม่น้ำอันเป็นนิรันดร์” สายนี้ ไม่เคยเปลี่ยนทิศทางการไหลไปแม้แต่น้อย ตลอดระยะเวลาหลายสิบล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งโดยทั่วไป จากความเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศโดยรอบหรือภูมิอากาศ แม่น้ำที่มีอายุเก่าแก่มักจะต้องเปลี่ยนทิศทางการไหลไปบ้างตามกาลเวลา แต่แม่น้ำไนล์นั้นกลับไหลอย่างคงที่ในเส้นทางเดิมได้ยาวนาน จนในที่สุด ก็มีรายงานวิจัยโดยทีมนักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส วิทยาเขตออสตินของสหรัฐฯ ตีพิมพ์วารสาร Nature Geoscience พบหลักฐานที่ชี้ถึงสาเหตุของปรากฏการณ์ดังกล่าวแล้วว่า ธรณีสัณฐานข้างใต้แม่น้ำไนล์ มีลักษณะลาดเอียงลงเรื่อย ๆ จากทางทิศใต้ไปสู่ทิศเหนือของทวีปนั้น จะคงตัวอยู่ได้ด้วยระบบการไหลเวียนของเนื้อโลกหรือแมนเทิล (Mantle) แบบพิเศษ

              ชั้นของเนื้อโลกซึ่งอยู่ระหว่างเปลือกโลกและแก่นโลก ประกอบด้วยหินแข็งและโลหะซึ่งเคลื่อนที่ได้อย่างช้า ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยกระบวนการพาความร้อน จากแก่นโลกขึ้นมายังพื้นผิวด้านบน การสำรวจทางธรณีวิทยาและการใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์พบว่า ส่วนของเนื้อโลกข้างใต้แม่น้ำไนล์มีระบบการไหลเวียนที่แยกจากส่วนอื่น ๆ โดยรอบ ทั้งรูปแบบการไหลเวียน ก็คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงมานานนับหลายสิบล้านปีแล้ว