ธรรมชาติที่สร้างสรรค์ความงดงาม ที่น่ามหัศจรรย์มาให้มนุษย์ได้ชม และได้สัมผัสกับสิ่งน่าอัศจรรย์ ที่จะพาทุกคนมาชมความสวยงาม และรู้จักกับ “แม่น้ำ Rhone และแม่น้ำ Arve “แม่น้ำ 2 สี ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ไหลมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นภาพที่สวยงามมาก

แม่น้ำ Rhône

เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของยุโรป โดยมีต้นแม่น้ำอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ที่ไหลผ่านประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปยังทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส มีความยาวทั้งสิ้น 813 กิโลเมตร และแม่น้ำแยกออกเป็นสองแคว คือ “โรนใหญ่” (Grand Rhône) และ “โรนเล็ก” (Petit Rhône) เป็นสายน้ำที่มีลักษณะใส ราวกับคริสตัล

แม่น้ำ Arve

แต่ซึ่งในขณะที่แม่น้ำ Arve เป็นแม่น้ำสำคัญอีกสายหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศฝรั่งเศส เป็นแม่น้ำที่ก่อกำเนิดมาจากเทือกเขาซาวอย (Savoy Alps) มีความยาวกว่า 100 กิโลเมตร แต่กลับมีลักษณะขุ่นมัว เนื่องจากเป็นน้ำที่มาจากการละลายของน้ำแข็งบนภูเขา ซึ่งอยู่สูงชันทำให้น้ำไหลอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดตะกอนดิน และโคลน ไหลลงมาจากภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือไปบรรจบกับแม่น้ำ Rhône ทางตะวันตกของเจนีวา เกิดเป็นแม่น้ำ 2 สี อย่างที่เราได้เห็นกันนั่นเอง

เมืองเจนนีวา

นครเจนีวาตั้งอยู่บริเวณต้นแม่น้ำโรน ซึ่งไหลออกจากทะเลสาบเจนีวา เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในภาครอม็องดี ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศษเป็นหลัก ในสวิตเซอร์แลนด์

เจนีวาถือเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางของโลก ทั้งศูนย์กลางทางการเงิน, ศูนย์กลางทางการทูต ถือเป็นเมืองที่มีองค์กรระหว่างประเทศตั้งอยู่มากที่สุดในโลก อาทิ หน่วยงานของสหประชาชาติและกาชาดสากล เป็นต้น และยังได้รับการจัดอันดับโดย Mercer’s Quality of Living index ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุด เป็นอันดับ 8 ของโลก เจนีวาได้รับการจัดอันดับโดย Global Financial Centres Index ให้เป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินอันดับ 15 ของโลก และยังเป็นที่ 5 ของทวีปยุโรป ในปี 2017 ด้วย

                  ด้วยประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีธรรมชาติที่สวยงาม จุดเด่นที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เดินทางมาเที่ยวอย่างมากมายนั้นก็คงหนีไม่พ้น วิวอันสวยงามของธรรมชาติ ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม ทะเลสาปสีฟ้าคราม รวมไปถึงหิมะสีขาว ที่ปกคลุมหลังคาบ้านแบบสวิสดั้งเดิม รัฐบาลของสวิตเซอร์แลนด์ก็ได้มีนโยบายการควบคุมมลพิษอย่างรัดกุม ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของสวิตเซอร์แลนด์ ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์และมีอัตราการปนเปื้อนของสารพิษต่ำนั่นเอง

                   นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมืองเบิร์น อย่างหอนาฬิกาดาราศาสตร์ หรือ หอระฆังซิทกล็อด ที่สร้างขึ้นในช่วงปี คศ. 1191-1256 โดยสร้างขึ้นเพื่อ ใช้เป็นประตูเมือง ในสมัยก่อนนั้นตึกนี้ไม่ได้เป็นนาฬิกาอย่างเช่นปัจจุบัน จนกระทั่งได้มีการติดตั้งนาฬิกาดาราศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1530 จากนั้นก็กลายมาเป็นหอนาฬิกา และสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมือง และยังมี สิงโต หมี ที่ติดตั้งอยู่ภายในออกมาหมุน เป็นต้น เป็นจุดไฮไลท์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันทุกๆ ชั่วโมงอีกด้วย